Drama Chatree

“ละครชาตรี”
จริงๆละครชาตรีนั้นอยู่รอบๆตัวเราตลอด แต่บางทีเราก็ไม่รู้เลยว่านั่นคือละครชาตรี
รำแก้บนที่พระพรหมกึ่งกลางของเมืองหลวง หรือการรำแก้บนในที่ต่างๆ จริงๆก็เป็นส่วนหนึ่งของละครชาตรี
ตามประวัติ เค้าว่าในสมัยรัชกาลที่สามมีกองทัพที่ลงไประงับเหตุการณ์ร้ายทางหัวเมืองทางภาคใต้ ในขณะช่วงเวลาที่ยกทัพกลับยังเมืองหลวง ทางภาคใต้เกิดฝนแล้ง ราษฎรอดอยากจึงติดตามกองทัพกลับมาด้วย ในจำนวนนั้นมีคนที่มีความสามารถในการแสดงละครโนรากลับมาด้วย คณะโนราที่มาถึงก็รับจ้างแสดงในสถานะการณ์ต่างๆและยังปรับตัวโดยการนำละครนอกมาแสดงผสม ทำให้ดูง่าย และสนุกขึ้น จนเป็นที่นิยม และเป็นที่รู้จักกันในชื่อละครชาตรี
…………..
“ชราชาตรี” เป็นชื่อคณะละครที่เลือกไปถ่ายในครั้งนี้ คณะที่ประกอบด้วยนักแสดงวัยขลัง ได้ถูกจ้างให้ไปแสดงที่บ้านอายุ400ปีแห่งนึงในอำเภอบางปะอิน คุณยายนักแสดงรวมตัวกันที่หลังฉาก เตี๋ยมบทกันแบบง่ายๆเหมือนทำกันมาจนเป็นกิจวัตร เครื่องมือเครื่องใช้ถูกงัดขึ้นมา อุปกรณ์แต่งตัวที่เห็นบอกได้ถึงความเป็นมืออาชีพ ในท่ามกลางสิ่งต่างๆมากมายของแต่ละคนนั้นที่ขาดไม่ได้คือยานัตถุ์ และซองยานานาชนิดแยกย้ายกันกินและสูดดมดั่งยาเพิ่มพลัง
ก่อนขึ้นเวทีมีช่วงเวลาเล็กๆที่พอจะทำงานได้ ผมเลือกเวลาช่วงนั้น 5นาที ไม่ขาดไม่เกินก็ได้ถ่ายภาพสมใจ
ฉากและไฟที่เซ็ตตั้งไว้สี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ก็ได้ถูกเก็บคืนเข้ารถคู่ใจ เข้าไปอยู่ที่ๆพวกมันอยู่เป็นส่วนใหญ่เก็บของใส่รถเสร็จก็กลับมาเก็บบรรยากาศตอนที่บรรดาแม่ๆขึ้นเวที
เสียงกลอง ระนาด ฉิ่ง ฉาบ ปี่ ระดมแข่งกันเปล่งเสียงเรียกร้องความสนใจ เป็นสัญญาณของการเริ่มการแสดง นางรำทยอยกันออกมาทำหน้าที่ของตัวเอง
“ดั่งอะไรสิงสู่”
อยากจะใช้คำนี้กับบรรดาแม่ๆ ร่างกายที่สั่นเทา ก้าวย่างที่เชื่องช้า พูดจาอ่อนแรง ตอนถ่ายรูปกับผม หายไปหมด เหลือแต่นักแสดงละครที่คึกคัก สนุกสนาน เรียกเสียงหัวเราะของผู้ชม สมกับที่เป็นนักแสดงจริงๆ
เนื้อหาที่เล่นก็เป็นเรื่องที่สนุกสนาน ตลกขบขัน เข้าใจว่าการแสดงคงถูกปรับมานับครั้งไม่ถ้วนจนกระทั่งลงตัวอย่างที่แสดงทุกวันนี้
ความสนุกของเนื้อหา ความสวยงามของอาภรณ์ ดนตรีที่ทุ่มกำลังลงไป บวกกับบรรดาแม่ๆนักแสดงที่แสดงกันอย่างลืมคำสั่งหมอ ทำให้ไม่ยากเลยที่ ละครชาตรี จะอยู่ในใจของผู้ชม

Showing all 10 results